Category Archives: Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

Sharing of Good Dhamma Articles from various sources. แบ่งปันบทความดีดีเกี่ยวกับธรรมะ http://thaigreatest.wordpress.com , https://shopzzy.wordpress.com ,

3 Things in Life… 3 สิ่งในชีวิต

ขอขอบคุณเจ้าของภาพ เจ้าของบทความดีๆนี้ และผู้อ่านทุกท่านค่ะ

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี, Great Article/ บทความดีดี

ทำบุญมากน้อยไม่สำคัญ ขอเพียงให้ทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์

 

อิ อิ อ่านแบบขำขันนิดๆนะคะ

จริงๆแล้ว การทำบุญถวายปัจจัยหรือบูชาธรรมพระสงฆ์

เราควรเตรียมปัจจัยให้พร้อมนะคะ  แบบว่า.. ไม่ควรขอให้ท่านทอนเงินกลับมานะคร๊าาาา

ขอขอบคุณเจ้าของภาพการ์ตูนน่ารักๆนี้ และคุณผู้อ่านทุกๆท่านค่ะ

 

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

บุญ/บาปทางอินเตอร์เน็ต(ดังตฤณ)

บุญ/บาปทางอินเทอร์เน็ต(ดังตฤณ)

เก็บมาฝากเป็นประโยชน์แก่เราทั้งชาตินี้และต่อๆไปค่ะ

ถาม – การเขียนข้อความหรือนำเสนอเนื้อหาอะไรผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝง
ถือเป็นกรรมหรือไม่? เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อเรา ไม่มีใครเห็นหน้าเรา
ไม่มีใครได้ยินเสียงเรา เหมือนเราไม่มีตัวตน

ตอบ – ผมเห็นว่าคำถามนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องกรรมได้ลึกซึ้งขึ้น
เพราะคนส่วนใหญ่ยังนึกว่าการก่อกรรมเป็นเรื่องที่ต้องโชว์ตัว โชว์เสียง
หรืออย่างน้อยก็ต้องมีชื่อแซ่ของเจ้าตัวปรากฏเป็นที่รับรู้เสียก่อน
ความเข้าใจดังกล่าวนั้นคลาดเคลื่อนนะครับ กรรมนั้นคือเจตนา
ต่อให้คุณนอนคิดร้ายอยู่บนยอดเขา ไม่มีใครเห็น คุณก็ทราบชัดอยู่แก่ใจ
และสามารถสำเหนียกรู้สึกได้ว่าใจคุณดำมืดเพราะโดนเมฆหมอกอกุศลทาบทับแล้ว

สำหรับกรรมที่ทำอยู่ในใจจริงๆ มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจคุณเองคนเดียวนั้น
เรียกว่า ‘มโนกรรม’
สำหรับมโนกรรมนั้นจะสำเร็จสมบูรณ์เต็มขั้นในทันทีที่ตั้งใจคิดและมีความ
ยินดีกับความคิดนั้น
หากจะพูดว่ามโนกรรมคือกรรมที่ก่อแล้วยังไม่ทันส่งผลกระทบดีร้ายกับผู้อื่นก็
คงได้ ตัวอย่างเช่นคุณคิดจะด่าเขา แต่ระงับใจไม่ด่า
อย่างนั้นก็เป็นเพียงมโนกรรมอันเป็นอกุศล มีผลให้จิตคุณทุกข์ร้อนอยู่คนเดียว
ยังไม่เป็นวจีกรรม ยังไม่มีเสียงกระทบหูใครให้ใจเป็นทุกข์ขึ้นมา

แต่หากคลื่นความคิดแรงจนทะลักรั้วกั้น หลุดจากสมองไปกระทบผู้อื่น
ไม่ว่าจะทางภาษาพูดหรือภาษาเขียน ทำให้เขาเกิดความเข้าใจว่าคุณคิดอย่างไร
ตรงนั้นจัดว่าเป็นวจีกรรมได้หมด พูดง่ายๆว่า ‘ภาษา’
นั่นเองคือเครื่องมือก่อวจีกรรมของมนุษย์

ฉะนั้นคุณจะแอบเขียนอะไรทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝงเฉพาะกิจ
ไม่มีใครอื่นรู้เห็น ไม่มีใครรู้จักเลย
แม้เพียงครั้งเดียวก็นับว่าสร้างวจีกรรมไปแล้วหนึ่งครั้ง
และกรรมก็จะติดตามคุณเป็นเงาตามตัว
ไม่ผิดต่างไปจากกรรมอื่นๆที่กระทำโดยเปิดเผยหน้าตาตัวตน
เจตนาเกิดขึ้นที่จิตของคุณ กรรมก็เกิดที่จิตของคุณเช่นกัน เพราะกรรมคือเจตนา
เจตนาคือกรรม ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าบุคคลคิดแล้วจึงก่อกรรมทางกาย วาจา ใจ

อินเตอร์เน็ตเปิดโอกาสให้เราเห็นอะไรหลากหลายจริงๆ แม้แต่การทำงานของกรรม
อย่างเช่นที่ผมรู้จักหลายๆคน เห็นกรรมทางวาจาของเขาในเบื้องต้น
แล้วได้เห็นพัฒนาการหรือความเสื่อมทรามทางจิตใจในเวลาต่อมา
เป็นไปตามวิธีคิดเขียนให้ดีให้ร้ายแก่ผู้อื่น

ผู้ก่อความวุ่นวาย นานไปย่อมมีจิตใจที่วุ่นวาย ปั่นป่วนเหมือนพายุ
และแสดงแนวโน้มที่จะฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปในเรื่องเหลวไหล
พูดจาจับต้นชนปลายไม่ติดมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ก่อกระแสความเยือกเย็น นานไปย่อมมีจิตใจเยือกเย็น สงบราบคาบผาสุก
และแสดงแนวโน้มที่จะแน่วนิ่งหนักแน่นในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล
พูดจามีต้นมีปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

บอกได้เลยครับว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น
อาจจะให้ผลเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเสีย อีก
ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร? เพราะบนอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้รับคำพูดของคุณจำนวนมาก
ขอให้ลองนึกดู หากคุณพูดเบาๆว่า ‘ไอ้โง่’
ก็อาจมีคุณคนเดียวในโลกที่ได้ยินเสียงอกุศลของตัวเอง แต่ถ้าคุณพิมพ์คำว่า
‘ไอ้โง่’ ลงในกระทู้ของเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคับคั่ง
คุณไม่มีทางปรับให้ดังหรือเบาได้ตามใจชอบได้เลย
คุณทำอกุศลกรรมกับคนแบบไม่เลือกหน้าเข้าแล้ว
คำด่านั้นอาจทำให้คนนับพันนับหมื่นเกิดความแสลงใจ
ความแสลงใจของคนนับไม่ถ้วนนั่นแหละ
จะย้อนกลับมาก่อเหตุให้คุณแสลงใจยิ่งกว่าพวกเขาได้

ผมเห็นแล้วนึกเสียดายครับ หลายคนยังเป็นเด็ก
และมีความสนุกที่จะขีดเขียนข้อความฝากไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วยความคึกคะนอง
บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าเอาอนาคตมาทิ้งเสียด้วยการสนทนาแบบไร้หน้าไร้เสียงนี่ เอง

โอกาสก่อกรรมในยุคไอทีของพวกเรานี้ มีได้เป็นร้อยเป็นพันเท่ามากกว่ายุคอื่นครับ
กระดิกนิ้วง่ายๆไม่กี่ที
ผล(กรรม)อาจใหญ่หลวงยิ่งกว่าพยายามพูดในห้องประชุมใหญ่หลายๆอาทิตย์เสียอีก
หากจิตตั้งไว้ดีแล้วก็สบายตัวไป แต่หากจิตยังตั้งไว้ในมุมมืด
อย่างนั้นก็คงน่าเป็นห่วงหน่อยล่ะ

ที่มา http://www.dungtrin.com

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

ข้อแตกต่างระหว่าง “ฟังธรรมะ” กะ “ฟังเพลง” ;-)

 

ข้อแตกต่างระหว่าง “ฟังธรรมะ” กะ “ฟังเพลง”

 
 

                                         

ที่มา : Google Group – ธรรมะสวัสดี

ขอกราบนมัสการ  พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต นครไธสง   ที่ท่านเมตตามอบข้อคิดดีๆให้กับชาวโลกค่ะ สาธุ _/|\_

http://www.dhammadelivery.com/profile.php

      มาฟังธรรมะกันดีกว่า

 

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่โง่ แต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักแท้ แต่ก็ดูแลไม่ได้

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ตาใส่แจ่ม แต่ถ้าฟังบอดี้แสลม มักจะโทษว่า ความรักทำให้คนตาบอด

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่เพ้อเจ้อ แต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงแต่เรื่องบนเตียง

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ปากเราติดดิสเบรค แต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ใจเราไม่ชอกชํา แต่ถ้าฟังไอนํา จะชอกชําเพราะรักคนมีเจ้าของ

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่เหงาหงอย แต่ถ้าฟังเสนาหอย จะ แอบเหงาคนเดียว

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่งมงายในความเชื่อและศรัทธา แต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอบีลิฟๆ

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ แต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ใจไม่เน่าเสีย แต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ รักกันจยสิ้นชีวิน แต่ถ้าฟังเอนโดร์ฟินแล้วจะบอกว่า ถ้าเธอมาฉันจะไป

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ เราไม่คุยโม้ แต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน แต่ถ้าฟังน้องพั้นช์ เพียงแต่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ เราเจอคนดีเสมอ แต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ เราเข้าใจกัน แต่ถ้าฟังน้องพั้นช์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน แต่ถ้าฟังเอนโดร์ฟิน จะเป็นได้แค่เพื่อนสนิท

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ จิตใจใสแจ่ม แต่ถ้าฟังว่าง วงแพลม จะต้ดพ้อต่อว่าไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่แรด แต่ถ้าฟังบิ๊กแอส มักจะเล่นของสูง

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่หยิ่งยะโส แต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ จิตใจเปล่งปลั่ง แต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า…..ทำบ้าอะไร

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ดีที่มีใจมิใช่เพียงแต่หน้าตา แต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ความรักแข็งแรงไม่อ่อนเพลีย แต่ถ้าฟังลิเดีย มักจะเพ้อว่า ใช่รักหรือเปล่า

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ใจไม่สั่นคลอน แต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ แล้วเธอจะรู้สึก

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ ไม่เปลืองแรง แต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องแสง จะเปลืองแรง เพราะมีเมียเด็กต้องหมั่นคอยเช็ค ใครโทรมา?

ฟังธรรมะแล้วจะทำให้ สอบผ่านทุกๆ ปี แต่ถ้าฟังแอน สุชาวดี มักจะติดรอวิชาลืม

  

1 Comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 5

*รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?*

ที่มา : Google Groups : ธรรมะสวัสดี

เรียบเรียงโดย : พระอธิการถวิล จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

************************************


*ศีลข้อที่ 5 คือ เว้นจากการดื่มสุรา และเมรัย รวมถึงเครื่องดองของเมายาเสพติดให้โทษทุกชนิด*


*โทษของการดื่มสุรา*

ทำให้เกิดความประมาทปราศจากการเคารพบิดา มารดา พี่น้อง น้า อา  แม้อุปัชฌาจารย์และสมณะ พราหมณ์ ผู้มีศีลก็ไม่เคารพศีลาจารวัตรในการปฏิบัติกายวาจาให้บริสุทธิ์  จะทำแต่การบาปหยาบช้า มีกายหยาบ วาจาหยาบ ใจหยาบ ทำแต่อกุศลเป็นนิตย์ไม่คิดสงสารสัตว์
นอกจากนี้ โทษของการดื่มสุราเมรัยยังพาให้ตกในอบาย นายนิรยบาลจะกรอกด้วยน้ำทองแดง น้ำถึงปากและคอก็จะทำลายไส้พุงขาดกระจายตาย ตายแล้วก็กลับฟื้นขึ้นมา เสวยทุกขเวทนาต่อๆกันไป

เมื่อพ้นจากอบายแล้วมาเกิดเป็นมนุษย์ จะเป็นคนใบ้ เสียจริตผิดจากมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นภัยของชีวิตที่น่ากลัว


*ศีลข้อที่ 5 สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวรมณี เว้นจากการดื่มสุราเมรัย ของมึนเมา สิ่งเสพติดให้โทษ ถ้าไม่เว้นอะไรจะเกิดขึ้น?*


พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “การดื่มน้ำเมา คือสุรา และเมรัย อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ยังสัตว์ให้เป็นไปในนรกในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัย”
ผลแห่งการดื่มน้ำเมา คือสุรา และเมรัยอย่างเบาที่สุดย่อมยังความเป็นบ้าใบ้ให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์


*ถ้าผิดศีลข้อที่ 5 จะต้องเจอกับอะไร !?!*

*การดื่มสุรา เมรัย หรือสิ่งเสพติดให้โทษจะได้รับผล 2 ขั้นคือ*
1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล เกิดในนรก, ดิรัจฉาน, เปรตวิสัย
2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้ว และผลที่จะได้รับในปวัตติกาลนี้จะครบองค์หรือไม่ก็ตาม
ถ้าได้เกิดมาเป็นมนุษย์ จะได้รับผลจากการดื่มสุรา 6 ประการคือ
1. ทรัพย์ถูกทำลาย
2. เกิดวิวาทบาทหมาง
3. เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
4. เสื่อมเกียรติ
5. หมดยางอาย
6. ปัญญาเสื่อมถอยหรือพิการทางปัญญา

 

*รักษาศีลข้อ 5 จะได้อะไร?*

*ถ้าเว้นจากการจากการดื่มสุรา เมรัย หรือเว้นจากส่งเสพติดให้โทษ จะได้ผลดี 2 ประการ*
1. ได้รับผลดีในปฏิสนธิกาล คือจะเกิดในกามสุคติภูมิ มีมนุษย์หรือสวรรค์เป็นที่เกิด
2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือหลังจากเกิดแล้ว ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์จะได้รับอานิสงส์จากเว้นดื่มน้ำเมา 35 ประการ คือ


*อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 5 มี 35 ประการ*

1. รู้กิจการ อดีต อนาคต ปัจจุบันได้รวดเร็ว
2. มีสติตั้งมั่นทุกเมื่อ
3. มีปัญญาดี มีความรู้มาก
4. มีแต่ความสุข
5. มีแต่คนนับถือยำเกรง
6. มีความขวนขวายน้อยหากินง่าย
7. มีปัญญามาก
8. มีปัญญาบันเทิงในธรรม
9. มีความเห็นถูกต้อง
10. มีศีลบริสุทธิ์
11. มีใจละอายแก่บาป
12. รู้จักกลัวบาป
13. เป็นบัณฑิต
14. มีความกตัญญู
15. มีกตเวที
16. พูดแต่ความสัตย์
17. รู้จักเฉลี่ยเจือจาน
18. ซื่อตรง
19. ไม่เป็นบ้า
20. ไม่เป็นใบ้
21. ไม่มัวเมา
22. ไม่ประมาท
23. ไม่หลงใหล
24. ไม่หวาดสะดุ้งกลัว
25. ไม่บ้าน้ำลาย
26. ไม่งุนงง ไม่เขอะขะ
27. ไม่มีความแข่งดี
28. ไม่มีริษยาใคร
29. ไม่ส่อเสียดใคร
30. ไม่พูดหยาบ
31. ไม่พูดจาเพ้อเจ้อ ไร้ประโยชน์
32. ไม่เกียจคร้านทุกคืนวัน
33. ไม่ตระหนี่
34. ไม่โกรธง่าย
35. ฉลาดรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และในสิ่งที่เป็นโทษ

 


Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 4

*รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?*

ที่มา : Google Groups : ธรรมะสวัสดี

เรียบเรียงโดย : พระอธิการถวิล จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


************************************


*ศีลข้อที่ 4 คือให้เว้นจากการพูดเท็จ พูดไม่เป็นความจริง พูดโกหกหรือพูดมุสา*


ถ้าไม่เว้นจากมุสาวาท หรือพูดเท็จอะไรจะเกิดขึ้น…พระพุทธเจ้าตรัสว่า มุสาวาทอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มาก แล้วย่อมยังสัตว์ไปในนรก ในกำเนิดดิรัจฉานในเปรตวิสัย ผลจากการกล่าวมุสาวาทอย่างเบาที่สุดย่อมยังการแตกจากมิตรให้ไปเกิดแก่ผู้เป็นมนุษย์
*การกล่าวมุสาวาทแล้วจะเจออะไร !?!*
การกล่าวมุสาวาท หรือการพูดเท็จปราศจากความจริง เมื่อกล่าวออกไปแล้ว จะได้รับผล 2 ขั้น คือ
1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล คือเกิดในนรก ดิรัจฉาน, เปรตวิสัย
2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้วและผลที่จะได้รับในปวัตติกาลนี้ จะครบองค์มุสาวาท หรือไม่ก็ตาม
ถ้าได้เกิดมาเป็นมนุษย์จะได้รับผล อีก 8 ประการ  คือ
1. พูดไม่ชัด
2. ฟันไม่เป็นระเบียบ
3. ปากเหม็นมาก
4. ไอตัวร้อนจัด
5. ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
6. กล่าววาจาด้วยปลายลิ้นและปลายปาก
7. ท่าทางไม่สง่าผ่าเผย
8. จิตไม่เที่ยงคล้ายคนวิกลจริต

*อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 4 มี 14 ประการ*

1. มีอินทรีย์ทั้ง 5 ผ่องใส
2. มีวาจาไพเราะอ่อนหวาน
3. มีฟันเสมอชิด สะอาด
4. ไม่อ้วนจนเกินไป
5. ไม่ผอมจนเกินไป
6. ไม่สูงจนเกินไป
7. ไม่เตี้ยจนเกินไป
8. กลิ่นปากหอมเหมือนดอกบัว
9. ได้สัมผัสแต่ที่เป็นสุข
10. มีบริวารล้วนขยันขันแข็ง
11. มีถ้อยคำที่บุคคลเชื่อถือได้
12. ลิ้นบางแดง อ่อนเหมือนกลีบบัว
13. ใจไม่ฟุ้งซ่าน
14. ไม่เป็นคนติดอ่าง ไม่เป็นใบ้


 


Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 3

*รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?*

ที่มา : Google Groups : ธรรมะสวัสดี

เรียบเรียงโดย : พระอธิการถวิล จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


************************************


*ศีลข้อที่ 3 กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณี เว้นจากการประพฤติผิดในกาม*

ถ้าไม่เว้นจะเกิดอะไรขึ้น …พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลเสพแล้ว เจริญให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้ตกนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานในเปรตวิสัย
ทำกาเมสุมิจฉาจาร แล้วได้อะไร ทำแล้วหากเกิดเป็นมนุษย์อีกได้รับผล 11 ประการ คือ
1. มีผู้เกลียดชังมาก
2. มีผู้ปองร้ายมาก
3. ขัดสนทรัพย์
4. ยากจนอดอยาก
5. เป็นหญิง
6. เป็นกระเทย
7. เป็นชายในตระกูลต่ำ
8. ได้รับความอับอายเป็นอาจิณ
9. ร่างกายไม่สมประกอบ
10. มากไปด้วยความวิตกห่วงใย
11. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก
…ผลทั้ง 11 ประการนี้เป็นเศษของกรรมกาเมสุมิจฉาจาร ให้ผลหลังจากไปตกนรกไปเกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉาน หรือหลังจากไปเกิดเป็นเปรตมาแล้ว
เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะได้รับผลของกาเมสุมิฉาจาร ในปวัตติกาลดังกล่าวแล้ว

*รักษาศีลข้อที่ 3 แล้วได้อะไร*

การละเว้นจากการประพฤติผิดในกามเสียได้จะได้รับผล 2 ขั้น คือ
1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล คือเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา เรียกว่าได้ปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ
2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้ว เช่น ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ จะได้รับผลอีก 20 ประการ

 

*อานิสงส์ของการรักษาศีลข้อที่ 3 มี 20 ประการ คือ*

1. ไม่มีข้าศึกศัตรู
2. เป็นที่รักของคนทั่วไป
3. นอนเป็นสุข
4. ตื่นก็เป็นสุข
5. พ้นภัยในอบายภูมิ
6. ไม่เกิดเป็นหญิงหรือกระเทย
7. ไม่โกรธง่าย
8. ทำอะไรก็ได้โดยเรียบร้อย
9. ทำอะไรเปิดเผยแจ่มแจ้ง
10. มีความสง่า คอไม่ตก
11. หน้าไม่ก้ม มีอำนาจ
12. มีแต่เพื่อนรักทั้งบุรุษและสตรี
13. มีอินทรีย์ 5 บริบูรณ์
14. มีลักษณะบริบูรณ์
15. ไม่มีใครรังเกียจ
16. ขวนขวายน้อยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาก
17. อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข
18. ไม่ต้องกลัวภัยจากใคร ๆ
19. ไม่ค่อยพลัดพรากจากของที่รัก
20. หาข้าว, น้ำ, ที่อยู่, เครื่องนุ่งห่มได้ง่าย

 

 

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 2

*รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?*

ที่มา : Google Groups : ธรรมะสวัสดี

เรียบเรียงโดย : พระอธิการถวิล จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


************************************


*ศีลข้อที่ 2 อทินนาทานาเวรมณี เว้นจากการลักทรัพย์ด้วยตนเองหรือผู้อื่นลัก*

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อทินนา อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้ไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานในเปรตวิสัย วิบากแห่งอทินนาทานอย่างเบาที่สุด  ย่อมยังความพินาศและโภคะให้เป็นไปแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์ มีสมบัติต้องพินาศ
เมื่อเกิดเป็นมนุษย์อีกจะได้รับผล 6 ประการ
1. เป็นคนด้อยทรัพย์
2. เป็นคนยากจน
3. เป็นคนอดอยาก
4. ไม่ได้สมบัติที่ตนต้องการ
5. ต้องพินาศในการค้า
6. ทรัพย์พินาศเพราะภัยต่าง ๆ เช่น อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ราชภัย โจรภัย เป็นต้น

 

 

*รักษาศีลข้อที่ 2 แล้วได้อะไร*

1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล คือ ได้เกิดเป็น มนุษย์ หรือ เทวดา เรียกว่า กามสุคติภูมิ
2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือหลังจากเกิดเป็นมนุษย์แล้วจะได้รับผลอีก 11 ประการ

*อานิสงส์ของการรักษาศีลข้อที่ 2 มี 11 ประการ*

1. จะเป็นผู้มีทรัพย์มาก
2. มีข้าวของและอาหารมาก
3. หาโภคทรัพย์ได้ไม่สิ้นสุด
4. โภคทรัพย์ที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น
5. หาสิ่งที่ปรารถนาได้รวดเร็ว
6. สมบัติไม่กระจายด้วยภัยต่าง ๆ
7. หาทรัพย์ได้โดยไม่ถูกแบ่งแยก
8. ได้โลกุตตรทรัพย์คือนิพพาน
9. อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข
10. ไม่รู้ไม่เคยได้ยินคำว่าไม่มี

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 1

*รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?*

ที่มา : Google Groups : ธรรมะสวัสดี

เรียบเรียงโดย : พระอธิการถวิล จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


************************************


เรื่องของศีลข้อที่ 1 คือเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการเบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกัน เนื่องจากชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนรัก ทุกคนหวงแหน แม้สัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน รักชีวิต หวงชีวิต กลัวชีวิต จะต้องตายทุก ๆ ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ทั้งหลาย ต่างดิ้นรนต่อสู้ทุกวิถีทาง เพื่อให้ชีวิตของตนอยู่รอด แคล้วคลาด ปลอดภัย อยู่ดีมีความสุข  พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติศีลข้อที่ 1 ด้วยเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายรักชีวิตของตนเป็นอันดับ 1

*ศีลข้อที่ 1 ปาณาติปาตาเวรมณี เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า*

…ถ้าไม่เว้นย่อมยังสัตว์ให้ไปเกิดในนรก ในสัตว์เดรัจฉานในเปรตวิสัย…
และเมื่อเกิดเป็นมนุษย์อีกจะได้รับผล 9 ประการ คือ
1. เป็นคนทุพพลภาพ
2. เป็นคนรูปไม่งาม
3. มีกำลังกายอ่อนแอ
4. เป็นคนเฉื่อยชา
5. เป็นคนขี้ขลาด
6. เป็นคนผู้อื่นฆ่า, และฆ่าตัวเอง
7. โรคภัยเบียดเบียน
8. ความพินาศของบริวาร
9. อายุสั้น และให้ผลติดต่อกันหลายชาติ

*รักษาศีลข้อที่ 1 แล้วได้อะไร?*

1. ได้รับผลปฏิสนธิกาล คือ ได้เกิดเป็นมนุษย์หรือเกิดเป็นเทวดา เรียกว่า กามสุคติภูมิ
2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้ว เช่น หลังจากเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้รับผลอีก 23 ประการ

*อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 1 มี 23 ประการ*

1. สมบูรณ์ด้วยอวัยวะน้อยใหญ่
2. มีร่างกายสมทรง
3. สมบูรณ์ด้วยกำลังกาย
4. มีเท้างามประดิษฐานลงด้วยดี
5. เป็นผู้มีผิวพรรณสดใส
6. มีรูปโฉมงามสะอาด
7. เป็นผู้อ่อนโยน
8. เป็นผู้มีความสุข
9. เป็นผู้แกล้วกล้า
10. เป็นผู้มีกำลังมาก
11. มีถ้อยคำสละสลวยเพราะพริ้ง
12. มีบริษัทรักใคร่ไม่แตกแยกจากตน
13. เป็นคนไม่สะดุ้งตกใจกลัวต่อภัยเวร
14. ข้าศึกศัตรูทำร้ายไม่ได้
15. ไม่ตายด้วยความเพียรฆ่าของผู้อื่น
16. มีบริวารที่หาที่สุดมิได้
17. มีรูปร่างสวยงาม
18. มีทรวดทรงสมส่วน
19. มีความเจ็บไข้น้อย
20. ไม่มีเรื่องเสียใจเศร้าโศก
21. เป็นที่รักของชาวโลก
22. ไม่พลัดพรากจากสิ่งที่รักและชอบใจ
23. มีอายุยืน

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี

YouTube – ดีจริง ตัวจริง

บทเพลงดีๆสำหรับผู้ที่รักการทำความดี เพื่อเป็นการเพิ่มบุญบารมีให้กับตนเองค่ะ

ขอขอบคุณวัดพระธรรมกาย สำหรับสื่อธรรมะดีๆเพื่อประชาชนค่ะ สาธุ _/|_

YouTube – ดีจริง ตัวจริง

Leave a comment

Filed under Dhamma Article/ ธรรมะดีดี, Music/VDO/YouTube